ลาลับแบบขนลุก! นักร้องดังระดับเทพ สิ้นใจไป3 ชม.😭 แต่ยังมาคุยกับภรรยาอยู่หยกๆ - Thailand News

ลาลับแบบขนลุก! นักร้องดังระดับเทพ สิ้นใจไป3 ชม.😭 แต่ยังมาคุยกับภรรยาอยู่หยกๆ

พูดแล้วขนลุก !
นักร้องสุดดัง สิ้นใจไป3 ชม.
แต่ยังมาคุยกับภรรยาอยู่หยกๆ

วันนี้เราจะขอนำเสนอประวัติของนักร้องดังสุดๆระดับศิลปินแห่งชาติ
คือ สุเทพ วงศ์กำแหง
ซึ่งอ.สัมพันธ์ พัทลุง ผู้เรียบเรียงได้สัมภาษณ์โดยตรง จึงไม่เจาะลึกกว่าที่เราเคยพบเห็น
สุเทพ วงศ์กำแหงเป็นตัวอย่างชีวิตที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ประกอบอาชีพทุกแขนง
เพราะศิลปินท่านนี้ ได้นำพาชีวิตก้าวเดินมาจากศูนย์
ต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กโดยไม่มีสมบัติพัสถานดั้งเดิมเป็นกำลังหนุน
เป็นเด็กกำพร้าที่แสนจะยากจนโดยแท้จริง
แต่ค่อย ๆ ย่างก้าว ลองผิดลองถูก จนสามารถเปลี่ยน “ความระทม”
แห่งชีวิตในเบื้องต้น ให้กลายเป็นความสุขและความสำเร็จสูงสุดในบั้นปลายชีวิต
นั้นคือ การได้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ”

นอกจากนี้ วาระสุดท้ายของครูสุเทพ วงศ์กำแหง
ก็มีเรื่องเหลือเชื่อ ชวนขนลุก เพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา
กับคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญตามหลักฐานนั้น แตกต่างกันมาก

พูดแล้วขนลุกนักร้องดังสิ้นใจไป 3 ชั่วโมงแต่ยังมาคุยกับภรรยาอยู่หยกๆ ก่อนจะเริ่มรายละเอียดในอีกสักครู่ทางหัว ดี Channel เราต้องขอความกรุณา FC ผู้ติด ตามท่านผู้ชมผู้ฟังทุกท่านที่ผ่านเข้ามา โปรดช่วยกดติดตามกดไลค์และคอมเมนต์พูดคุย ทักทายในคลิปนี้และคลิปอื่นๆให้เราสักนิด นะครับทางเราไม่เคยขอร้องแบบนี้มาก่อนแต่ ช่วงนี้เหมือนจะมีการปิดกั้นการมองเห็น และการกดกระดิ่งกดไลค์กดแชร์คอมเมนต์พูด คุยทักทายนอกจากจะช่วยให้ท่านไม่พลาดคลิป ดีๆเนื้อหาใหม่ๆจากช่องเรายังเป็นการ สนับสนุนเปิดการมองเห็นเป็นกำลังใจให้ทีม งานสรรหาข้อมูลข่าวสารต่างๆมานำเสนอทำให้

ช่องเราอยู่ได้ไปนานๆโดยไม่ต้องรบกวนการ สนับสนุนเป็นเงินทองแต่อย่างใดขอเพียงกด ไลค์คอมเมนต์และช่วยแชร์สักนิดก็จะเป็น พระคุณแล้วนะครับขอบคุณมากครับวันนี้เรา จะขอนำเสนอประวัติของนักร้องดังสุดๆระดับ ศิลปินแห่งชาติคือสุเทพวงศ์กำแหงซึ่ง อาจารย์สัมพันธ์พัทลุงผู้เรียบเรียงได้ สัมภาษณ์ท่านไว้โดยตรงจึงเจาะลึกกว่าที่ เราเคยพบเห็นสุเทพวงศ์กำแหงเป็นตัวอย่าง ชีวิตที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ประกอบอาชีพทุก คะแนนเพราะศิลปินท่านนี้ได้นำพาชีวิตก้าว เดินมาจากศูนย์ต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก โดยไม่มีสมบัติทสถานดั้งเดิมเป็นกำลัง หนุนเป็นเด็กกำพร้าที่แสนจะยากจนโดยแท้

จริงแต่ค่อยๆย่างก้าวลองผิดลองถูกจน สามารถเปลี่ยนความระทมแห่งชีวิตในเบื้อง ต้นให้กลายเป็นความสุขสำราญสูงสุดในบั้น ปลายชีวิตนั่นคือได้เป็นศิลปินแห่งชาติ นอกจากนี้วาระสุดท้ายของครูสุเทพ วงศ์กำแหงก็มีเรื่องเหลือเชื่อชวนขนลุก เพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตากับคำยืน ยันของผู้เชี่ยวชาญตามหลักฐานนั้นแตกต่าง กันมากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ปี 2563 มีรายงานข่าวว่าเรืออากาศตรีสุเทพ วงศ์กำแหงศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2533 นั้นได้เสียชีวิตลงเมื่อ ช่วงเช้ามืดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ปี 2563 ที่บ้านเลขที่ 267 ซอยปรีดีพนมยงค์ 42

ถนนสุขุมวิทแขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา กรุงเทพฯท่านจากไปอย่างสงบจากสาเหตุหัวใจ ล้มเหลวทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีวี่แวว ว่าท่านเสียชีวิตกะทันหันและวันดังกล่าว ก็มีนัดที่จะเข้าพบแพทย์สมองเพื่อตรวจ อาการตามปกติแต่ท่านก็มาจากไปเสียก่อน อาจารย์สัมพันธ์พัทลุงได้เรียบเรียง ประวัติของสุเทพวงศ์กำแหงจากคำบอกเล่า ส่วนตัวและจากแหล่งข้อมูลต่างๆไว้ดังนี้ สุเทพวงศ์กำแหงเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมปี 2477 ที่อำเภอสูงเนินจังหวัด นครราชสีมาเป็นบุตรของคุณพ่ออินทร์ธรและ คุณแม่สาหร่ายผู้เป็นบิดาได้หายสาบสูญไป ตั้งแต่เด็กชายสุเทพยังเล็กครอบครัวของ

มารดาค่อนข้างจะยากจนคุณแม่เลี้ยงดูอุ้ม ชูลูกชายเพียงลำพังได้ระยะหนึ่งก็เลยตัด สินใจออกไปหางานทำเพื่อนำเงินมาเป็นค่า ใช้จ่ายภายในครอบครัวจึงได้มอบเด็กชาย สุเทพให้อยู่ในความอุปการะของคุณยายคุณ ยายก็ให้ความเมตตาเลี้ยงดูเขาอย่างเอ็นดู ทะนุถนอมพอโตขึ้นหน่อยเขาก็ไปอยู่กับน้า สาวอยู่กับน้าสาวได้ระยะหนึ่งคุณตาที่รับ รู้ความเป็นไปของเขามาโดยตลอดเกิดความ เมตตาก็รับไปอยู่ในความอุปการะฐานะของคุณ ตาค่อนข้างมั่นคงเพราะมีอาชีพเป็นคนขับรถ ไฟและเป็นนักมวยชื่อดังในยุคนั้นด้วยจาก นั้นคุณตาก็ได้ส่งให้เขาเข้าเรียนชั้น อนุบาลที่โรงเรียนสอนศาสนาพอจบชั้นอนุบาล

ก็ให้เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัด สมอรายซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านพอจบชั้นประถมน้า สาวที่เป็นครูอยู่อำเภอสีคิ้วก็รับไปดูแล ต่อและให้เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยาใน ระหว่างเรียนหนุ่มสุเทพก็ทำงานทุกอย่าง แบบไม่ยอมให้มีเวลาว่างทั้งปลูกผักเลี้ยง หมูขายท็อฟฟี่ 8 กระจาดขายขนมสำหรับงาน แบบกระจายขายขนมเขาทำมาตลอดจนจบชั้นมัธยม คนในละแวกนั้นต่างก็ชื่นชมในความขยันใน ช่วงที่เรียนมัธยมอยู่นั้นเขาชอบวิชาการ เขียนแบบเป็นอย่างมากโดยมีคุณครูท่าน หนึ่งที่คอยประสิทธิ์ประสาทวิชาช่างเขียน แบบให้กับเขาอย่างทุ่มเทจนทำให้ร่ำเรียน

วิชานี้อย่างหลงใหลและมีความสุขครูท่าน นั้นก็คือครูนิพัทวัชรเสนาซึ่งสุเทพ วงศ์กำแหงเผยในเวลาต่อมาว่าชั่วชีวิตนี้ ไม่อาจลืมบุญคุณของคุณครูท่านนี้ได้เลย อย่างไรก็ตามแม้นมสุเทพจะทุ่มเทกับการ เรียนวิชาเขียนแบบเพียงไหนแต่สิ่งหนึ่ง ที่ต้องทำควบคู่กันไปก็คือการร้องเพลงคุณ ครูทั้งโรงเรียนต่างรู้ว่าเขาร้องเพลงได้ ไพเราะเวลามีงานแล้วให้ขึ้นร้องเพลงบน เวทีเป็นประจำหลังจากเรียนจบมัธยมครู นิพัฒน์ก็แนะนำกับน้าสาวว่าควรให้หลานชาย ไปเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่างกรุงเทพ เพราะที่นั่นมีวิชาทางศิลปะทุกอย่างเขาจะ ได้มีความก้าวหน้าในอาชีพนี้น้าสาวก็เลย

ส่งให้เขาเข้าไปเรียนอยู่ที่โรงเรียน เพาะช่างกรุงเทพฯตามความปรารถนาของคุณครู นิพัทธ์โดยอาศัยอยู่กับน้าสาวอีกคนหนุ่ม สุเทพก็ได้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเพื่อ ไม่ให้เป็นภาระกับน้าสาวมากเกินไปเขา อาศัยอยู่กับน้าสาวและทำงานหาเงินส่งเสีย ตัวเองจนกระทั่งเรียนจบเพราะช่างในช่วง นี้หนุ่มสุเทพด้วยตัวเป็นหนุ่มเต็มที่ แล้วด้วยความที่ห่างเหินกับคุณแม่มาตั้ง แต่ยังเล็กก็คิดถึงแม่จึงปรารภกับน้าสาว ว่าอยากจะไปอยู่กับคุณแม่อีกอย่างก็รู้ สึกเกรงใจน้าสาวที่มีความเมตตาให้พักพิง จนกระทั่งเรียนจบในที่สุดก็ย้ายไปอยู่กับ คุณแม่ที่บางซื่อแต่กว่าจะปรับตัวเข้ากับ

คุณแม่ได้ก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกันเพราะ ไม่เคยได้ใกล้ชิดกันตั้งแต่เล็กจนโตเป็น หนุ่มมาอยู่กับคุณแม่เขาก็อยากศึกษาต่อ เพิ่มพูนการศึกษาในที่สุดก็ตัดสินใจไป เรียนครูป.ป.สการที่อยู่กับคุณแม่หมายถึง ความสุขและได้รับความอบอุ่นแต่เขาก็ต้อง ลำบากไม่แพ้อยู่กับน้าสาวเพราะฐานะของแม่ ก็ยากจนไม่ต่างกันแต่เขาชายชินเสียแล้ว กับความลำบากและความยากจนเขาตัดสินใจทำ งานไปด้วยเรียนไปด้วยเหมือนเดิมแต่งาน ครั้งนี้รู้สึกว่าจะหนักหนาสาหัสกว่าทุก ครั้งที่ผ่านมาเพราะงานนั้นคืองานแบกถ่าน ขายเขายอมทนให้ผิวกายมอมแมมเพื่อแลกเงิน มาเป็นค่าเรียนจากงานขายทานก็เปลี่ยนไปทำ

งานอื่นๆอีกหลายอย่างที่สุจริตเพื่อให้ ได้เงินมาเป็นค่าเรียนจนจบวิชาครูแต่สุด ท้ายเขาก็ไม่รับประกาศนียบัตรชั้นสูงของ การเรียนครูเนื่องจากทำงานหาเงินไม่ทัน จึงต้องลาออกจากสถาบันครูเมื่อไม่ได้เป็น ครูสมความตั้งใจเขาก็ไปทำงานเป็นช่าง เขียนประจำรัฐแถววงเวียน 22 กรกฎาคมโดย ได้รับเงินเดือนเดือนละ 350 บาทซึ่งเป็น งานแรกที่เขาได้รับเงินเดือนทำให้รู้สึก ตื่นเต้นและภูมิใจเป็นที่สุดต่อมาเขาได้ รู้จักกับเพื่อนคนนึงที่เป็นนักเขียนซึ่ง เพิ่งเดินทางมาจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เขาชื่อบุญสร้างเอกสุภาพรรณเจ้าของละคร วิทยุคณะเอกสุภาพรรณออกอากาศอยู่ที่สถานี

วิทยุหนึ่งป.นคุณบุญสร้างได้ชักชวนเขาไป ร่วมงานละครวิทยุด้วยโดยมอบหน้าที่ให้ เล่นเป็นพระเอกเพราะเห็นว่าเสียงเขานุ่ม และไพเราะในช่วงหนึ่งที่แสดงเป็นพระเอก ละครเรื่องแทบปักเทวีต้องใช้เพลงประกอบ ด้วยคุณบุญสร้างรู้จักกับครูสลายแคราย เลิศอยู่แล้วเป็นการส่วนตัวจึงไปขอเพลง จากท่านครูสไลด์ไกรเลิศจึงแต่งเพลงแทบตัด เทวีมาให้ทำให้สุเทพวงศ์กำแหงได้ร้องเพลง นี้ประกอบละครออกอากาศครั้งแรกทางวิทยุ 1 ปอนนแต่ไม่มีการบันทึกแผ่นเสียงผู้ที่ทำ เพลงนี้มาบันทึกเสียงก็คือบุญช่วยหิรัญ สุนทรต่อมาราวๆปลายปี 2494 คุณบุญสร้าง ซึ่งได้เห็นลีลาทักษะการร้องเพลงของเขามา

จนแน่ใจแล้วว่ามีแววรุ่งจึงพาไปแนะนำตัว ให้เขารู้จักกับครูสไลด์ใครเลิศนักแต่ง เพลงที่กำลังมีชื่อเสียงในขณะนั้นครูสลาย ก็รับไว้เป็นลูกศิษย์และให้ช่วยงานเช่น ช่วยเขียนโน้ตเพลงเขียนตัวหนังสือตลอดจน ให้ติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่างๆ เสมอทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสำหรับ ฉากละครร้องเพลงตามงานบันเทิงต่างๆรวมไป ถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อน ที่จะทำการอัดเสียงอยู่บ่อยๆอยู่กับครู สลายระยะหนึ่ง [เพลง]

ซึ่งเพลงดังกล่าวนี้มีอยู่ประมาณ 20-30 เพลงเช่นเพลงกล่อมหญิงกองกิ่งใส่ใบโศก แก้วตาอ้าบางคงวิ่งตีขิมคิว 20 คนเป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเพลงที่แต่งโดยครูส. เกียรติศิริอีกหลายเพลงจากนั้นครูสลายก็ แต่งเพลงไทยสากลให้เขาร้องเป็นเพลงแรกคือ เพลงคนธรรพ์รำพึงเป็นเพลงทำนองไทยเดิม ซึ่งมีความไพเราะมากโดยใช้แผ่นเสียงตรา ช้าง [เพลง] [เพลง] เป็นเจ้าหญิงผู้งามอาวรณ์ หลังจากนั้นครูสลายก็นำเพลงอยู่เพื่อคอย เธอมาให้เราบันทึกเสียงอีกครั้งโดยใช้ แผ่นเสียงกลางค้างคาวแต่เพลงทั้งหมดที่ กล่าวมายังไม่ใช่เพลงที่สร้างชื่อให้กับ สุเทพวงศ์กำแหงในปี 2495 หนุ่มสุเทพได้ไป

ร่วมงานกับครูปอเช่นประโยชน์อยู่พรรค หนึ่งโดยเปลี่ยนชื่อนักร้องเป็นศุภชัย ชื่นประโยชน์และในช่วงนี้ครูสง่า อารัมภีร์และครูสมานกาญจนบุรีร่วมกัน สร้างเพลงให้ร้องบันทึกเสียง 1 ชุดที่ใช้ ชื่อศุภชัยชื่นประโยชน์มีอยู่ 2 เพลงคือ เพลงรำพันรำพึงและเพลงนิ่มนวลนอกนั้นใช้ ชื่อสุเทพวงศ์กำแหงเช่นเพลงลูกกำพร้า นาฏกรรมชีวิตแก้วกันยาและรักลอยลมเพลง ทั้งหมดนี้เป็นเพลงยุคก่อร่างสร้างตัวมี ทั้งดังและไม่ดังสุเทพวงศ์กำแหงมาดังมากๆ เมื่อปี 2497 ตอนที่ได้ร้องเพลงรักคุณ เข้าแล้วซึ่งแต่งคำร้องโดยสุนทรียาณ เวียงกาแต่งทำนองโดยสมานกาญจนบุรี

แล้วเป็นไรรักจนพร่างพราย จริงจังหลังจากนั้นเพลงของสุเทพวงศ์กำแหง ก็เริ่มมีเพลงโด่งดังทยอยออกมาเรื่อยๆ เช่นเพลงมนต์รักในฤดูร้อนบัวสวรรค์คุณจะ งอนมากไปแล้วคืนนี้พี่คอยเจ้าพี่รักเธอคน เดียวกลิ่นแก้มนางเป็นต้นในปี 2498 เขา ถูกเกณฑ์ทหารสังกัดกองทัพอากาศครั้งแรก ถูกส่งตัวให้ไปอยู่กองพันต่อสู้อากาศยาน แต่ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากพลอากาศเอก ทวีจุลทรัพย์ให้เข้าสังกัดวงดุริยางค์ ทหารอากาศที่มีครูปรีชาเมตไตรเป็นผู้ควบ คุมวงและสุเทพวงศ์กำแหงก็ได้ร้องบันทึก เสียงในยุคนี้หลายเพลงรวมไปถึงเพลงอดีต รักที่แต่งโดยสุรพลสมบัติเจริญซึ่งรับ

ราชการอยู่ที่วงดุริยาทานอากาศด้วยกัน สุเทพวงศ์กำแหงรับราชการอยู่กับกองทัพ อากาศจนได้รับยศเป็นเรืออากาศตรีในปี 2501 สุเทพวงศ์กำแหงกลายเป็นขวัญใจของสาวๆทัน ทีเมื่อได้รับบทพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง สวรรค์มืดซึ่งกำกับการแสดงโดยรัฐทันทีโดย เขาได้แสดง [เพลง] [เพลง] การภาพยนตร์เขายังคงปรากฏตัวแสดงภาพยนตร์

และร้องเพลงในภาพยนตร์อีกหลายเรื่องเช่น เรื่องเงารักปี 2508 เรื่องเงินๆๆปี 2508 เรื่องพิการรักและเรื่องสาวขบเผาะปี 2515 เป็นต้นนอกจากนี้ในด้านภาพยนตร์สุเทพยัง เคยสร้างภาพยนตร์สะท้อนชีวิตศิลปินตกอับ ในเรื่องวิมานดารานำแสดงโดยสมบัติทัศวรรณ มีชุติมาสุวรรณรัตน์เป็นผู้กำกับการแสดง โดยเข้าฉายเมื่อวันที่ 19 มกราคมปี 2517 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามาสุเทพวงศ์กำแหงได้ ขับร้องผลงานเพลงดังอมตะไว้มากมายเกินจะ ยกมาทั้งหมดตัวอย่างเพลงเด่นๆก็เช่นได้ กล่าวไปแล้วน้ำเสียงที่หวานนุ่มของสุเทพ วงศ์กำแหงทำให้วงวงสวรรค์นักเขียนชื่อดัง

ศิลปินแห่งชาติได้ตั้งฉายาให้เขาว่านัก ร้องเสียงขยี้แพรบนฟ้องเมียรางวัล เกียรติยศที่สุดที่วงศ์กำแหงได้รับก็มี มากมายขอยกมาเพียงคร่าวๆเช่นปี 2507 ได้ รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน 2 เพลง คือเพลงในโลกแห่งความฝันและเพลงอาญารักปี 2509 ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ 2 เพลง คือเพลงไม่ไม่มีวันและเพลงใจพี่ปี 2514 ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ 2 เพลงคือ เพลงม่านประเพณีและเพลงคืนหนึ่งซึ่งเพลง นี้ร้องคู่กับสวลีผกาพันธ์ปี 2518 ได้รับ รางวัลเสาอากาศทองคำ 1 เพลงคือเพลงเพียง ทำเดียวปี 2533 สุเทพวงศ์กำแหงได้รับการ เชิดชูเกียรติจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็น

ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงขับร้อง เพลงไทยสากลปี 2557 ได้รับการเชิดชู เกียรติจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เป็น ศิลปินมรดกอีสานสาขาศิลปะการแสดงหลังจาก นั้นสุเทพวงศ์กำแหงได้ทำสิ่งดีๆมากมาย เพื่อสังคมทั้งในวงการเพลงและวงการการ เมืองส่งผลให้ได้รับรางวัลอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งได้รับปริญญาบัตรศึกษาสถาบันดิ กิตติมศักดิ์อีก 2 สถาบันวาระสุดท้ายของ ชีวิตคุณผุสดีวงศ์กำแหงภรรยาของสุเทพ วงศ์กำแพงได้เผยกับสื่อว่าก็ค่อนข้างมี การเตรียมตัวอยู่เสมอนะครับเพราะคุณสุเทพ อายุมากแล้วแต่ในขณะที่เราเตรียมตัวเราก็ ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดก็นอนข้างๆตลอด

เพราะกลัวเวลาลุกไปไหนจะมีอันตราย สาเหตุที่เสียชีวิตก็คือเป็นภาวะหัวใจล้ม เหลวช่วงเย็นๆของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ปี 2563 เห็นแก่เริ่มหน้าซีดๆก็คิดว่าคงไม่ เป็นไรมั้งเดี๋ยวพรุ่งนี้มีนัดจะไปหาหมอ ตรวจโรคหัวใจอยู่แล้วสักพักแกก็นอนหลับไป ทุ่มกว่าๆเราก็บอกน้องที่ดูแลว่าฝากด้วย เราจะขึ้นไปอาบน้ำก่อนประเดี๋ยวจะลงมาดู ต่อเพราะเรามีหน้าที่ให้ยาทานก่อนนอนก็ ทานยาแล้วก็หลับไปพอตื่นมาได้สักตี 4 ได้ ยินเสียงกุกกักก็เห็นคุณสุเทพลุกอยู่ตรง ห้องน้ำแล้วกางเกงแกลงมากองอยู่ที่เท้าแก ก็พยายามจะดึงกางเกงขึ้นแล้วก็เซเราก็รีบ เข้าไปรับแล้วก็พามานอนที่เตียงแกก็บอก

ว่าให้ไปดูที่ห้องน้ำหน่อยแกอุจจาระไว้ เต็มเลยเหมือนไฟธาตุจะแตกนะครับแต่พอเรา เข้าไปดูห้องน้ำก็ไม่เห็นมีอะไรแล้วแกก็ หยิบกระโทนขึ้นมาเหมือนจะอาเจียนแต่ตลอด ที่ป่วยมา 2 ปีแกไม่เคยอาเจียนเลยแต่พอ ครั้งนี้เหมือนจะอาเจียนเสร็จก็ล้มตัวลง นอนเราก็ขึ้นไปปลุกทุกคนเลยให้ช่วยกันมา ดูตอนนั้นลูกๆบอกว่าน่าจะประมาณตี 4 5 นาทีเห็นคุณสุเทพเริ่มหายใจออกๆก็ช่วยกัน ปั๊มหัวใจแล้วก็โทรเรียกให้รถถูกเชิญเข้า มารับไม่ถึง 10 นาทีรถก็มาถึงแล้วก็ทำ CPR หัวใจเราก็วิ่งขึ้นไปข้างบนไปเปลี่ยน เสื้อผ้าพอลงมาก็เห็นมีทีมเข้ามาดูอีก แล้วก็มีคุณหมอมาด้วยเขาบอกว่าคุณสุเทพ

ไม่อยู่แล้วสิ่งที่หมอบอกสร้างความแปลกใจ ให้แก่คุณผุสดีเป็นอย่างมากเพราะหลังจาก ที่รถฉุกเฉินเข้ามาตรวจแล้วบอกว่าสุเทพ วงศ์กำแหงเสียชีวิตแล้วกว่า 3 ชั่วโมงแต่ สิ่งที่ผู้เป็นภรรยาเห็นก็คือเพิ่งคุยกัน หยกๆอยู่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้คุณผุสดี เผยว่าเราก็ตกใจเลยพูดออกไปว่าเพิ่งเมื่อ กี้เองนะครับหมอก็ให้ดูว่าคอแกแข็งแล้ว เราก็บอกว่าเมื่อกี้เขายังพูดกับเราอยู่ เลยไม่กี่นาทีนี้เองหมอก็เลยเริ่มปั๊มหัว ใจอีกทีแต่พอปั๊มไปสัก 30 ครั้งก็บอกว่า ไม่มีหวังแล้วเพราะชีพจรหยุดเต้นแล้วหมอ บอกว่าคนไข้เสียชีวิตมาแล้ว 3 ชั่วโมงพูด แล้วก็ขนลุกเราบอกว่าไม่ใช่นะครับก่อน

หน้านี้ไม่กี่นาทีเขายังพูดกับเราอยู่เลย แล้วเซอร์ไพรส์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู นาฬิกาว่าตอนที่โทรหารถฉุกเฉินน่ะเป็น เวลา 04:00 นและเวลาตอนนี้ก็คือ 4:35 น เองพูดง่ายๆก็คือตอน 4:35 นคุณหมอบอกว่า สุเทพวงศ์กำแหงเสียชีวิตมาแล้ว 3 ชั่วโมง ก็แปลว่าเสียชีวิตแล้วตั้งแต่ช่วงราวๆตี 1 แต่คนในบ้านเพิ่งจะโทรหาหมอตอนตี 4 นี่ เองคุณผุสดีเล่าต่อไปว่าเล่าเรื่องนี้ให้ ใครฟังเขาก็บอกว่าคุณสุเทพเป็นคนใจแข็ง พี่ว่าเขาไปแล้วแต่เขายังอยากจะอยู่สุเทพ วงศ์กำแหงได้เสียชีวิตลงเมื่อเช้ามืดวัน ที่ 27 กุมภาพันธ์ปี 2563 สิริอายุ 85 ปี 8 เดือน 15 วันเกือบ 70 ปีที่สุเทพ

วงศ์กำแหงได้สร้างสมคุงงามความดีและสร้าง ผลงานอยู่ในวงการบันเทิงมีบทเพลงที่ขับ ร้องไว้ร่วม 3,000 เพลงล้วนแต่เป็นบทเพลง ที่ทรงคุณค่าเป็นมรดกที่ประดับไว้กับแผ่น ดินให้คนรุ่นหลังได้ฟังกันอย่างเปี่ยมสุข ตลอดไปอีกนานแสนนานลงชื่อสัมพันธ์พัทลุง โพธิเชียงนะขอขอบคุณข้อมูลจากอาจารย์ สัมผัสพัทลุงและข่าวจากสื่อออนไลน์ขอบคุณ ภาพและเพลงประกอบที่มีผู้ลงไว้ขอบคุณมาก ครับ

Video

Related Posts

หลวงปู่ศิลาจับไมค์พูดเลขชัดๆ 3 ตัว

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับการประ…

สาวปี 1 ดิ่งชั้น 4 ตึกมหาลัย เขียนข้อความลา สมบัติให้แฟน ห้ามใครเอาไปแม้แต่ครอบครัวตัวเอง

วันที่ 15 ก.ค. 2567 สำนักข่…

“วาสนา” โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุกางร่มให้ ท่านอ้น-ท่านอ่อง ทั้งที่เป็นสามัญชนเพราะเหตุนี้ !

วาสนาโพสต์ Facebook ชี้แจงเ…

ปาฏิหารย์ปลุกพระองค์ภา องค์หญิงของปวงชน💚

พระองค์ภาของคนไทยหลานของปู่…

”ท่านอ้น” เผยความลับคืน! ศรีรัศมิ์ สุวดี กลับประเทศไทยแล้ว

สำหรับคนไทยการกลับมาของโยธิ…

ตม.จว.สมุทรปราการ กวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.อิทธิพล…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *